สุมณี คุณะเกษม…ดาวค้างฟ้า

sumanee

“ไม่มีอะไรที่สุขสุดและทุกข์สุด ทำหน้าที่และความจำเป็นให้เป็นการสนุกและไม่อยากไม่หวังอะไรทั้งสิ้น”

รสนิยมเกิดจากการเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ มิใช่เพียงการใช้วัตถุที่มากด้วยมูลค่า แต่เป็นการประเมินและวิเคราะห์ให้เข้ากับตัวตนที่แท้จริง รสนิยมเป็นกระจกสะท้อนความเป็นอยู่ของบุคคลนั้นได้เป็นอย่างดี เฉกเช่น สุมณี คุณะเกษม สตรีผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า ไม่ว่าเธอจะเยื้องยาตรนาฏกายไปที่แห่งใดทุกสายตาต้องจับจ้องมาที่เธอ สุภาพสตรีผู้สุขสดใสหัวใจยังสาว กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเรือนร่างของเธอได้ หากว่าไปแล้วหากเป็นคนอื่นคงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติปล่อยให้ธรรมชาติพาไปสู่สุคติ แต่ทว่าชีวิตของเธอกลับมีชีวิตชีวาและสดใสอยู่เสมอ เธอคือเวทีแห่งรสนิยมที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ จินตนาการที่จับต้องได้ ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ส่วนตัวของเธอ ดูเพล็กซ์เพ้นธ์เฮ้าส์ที่ใช้ชื่อว่า “มณีมณฑ์ชา”

“ต้องยกความดีให้คุณพ่อคุณแม่ที่ให้ดิฉันได้เรียนทั้งดนตรีและศิลปะการวาดและปั้นรูปตั้งแต่เด็ก โดยเรียนกับอาจารย์ระดับประเทศอย่าง ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี แบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ดิฉันอยู่มัธยม 1 จนถึงมัธยม 6 จนจากท่านไปเรียนต่อต่างประเทศ และการเดินทางทั่วทุกมุมโลกในฐานะภริยาของ ดร.ประชา คุณะเกษม เอกอัครราชทูตไทย ก็ทำให้ได้เห็นได้สัมผัสศิลปะสวยงามในประเทศต่างๆ เช่น ไคโร ฮ่องกง นิวยอร์ค เจนีวา ฝรั่งเศส ได้ท่องเที่ยวไปทั่วทั้งยุโรป อเมริกา รัสเซีย แอฟริกา อิหร่าน ตุรกี ฯลฯ การได้เห็นอะไรมากๆ อย่างกว้างขวางเป็นกำไรชีวิตอย่างยิ่งทำให้เรา Develop Taste ที่ไร้พรมแดน”

“ดิฉันกับคุณประชาโชคดีและถือเป็นสิริมงคลสูงสุดที่ได้รับพระมหากรุณาธคุณโปรดเกล้าฯ สมรสพระราชทาน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และทรงเสด็จฯ ออกทั้ง 2 พระองค์ ก่อนนั้นก็มีพิธีหมั้นซึ่งจอมพลถนอม กิตติขจรและท่านผู้หญิงจงกลได้เป็นเถ้าแก่ฝ่ายคุณประชาและพระองค์เจ้าธานีนิวัตรเป็นเถ้าแก่ให้กับดิฉันที่บ้านที่ถนนหลังสวน เพลินจิต ดิฉันโชคดีที่คุณหญิงระเบียบ คุณะเกษม คุณแม่ของคุณประชา เอ็นดูดิฉัน ท่านมอบแหวนเพชร 19 กะรัตให้เป็นแหวนหมั้น”

ภาพความทรงจำอันแสนสุขและงดงามวิจิตรเปรียบประดุจภาพฝันของช่วงเวลาที่คุณสุมณี ครองคู่อยู่กับคุณประชา คุณเกษม  ยังแจ่มชัดอยู่ในห้วงคำนึงเสมอ แต่หัวใจของความสุขที่แท้คือการดูแลปัจจุบันให้ดีที่สุด ซึ่งความสุขนี่เอง ที่ทำให้เธอยังคงมีกำลังใจดูแลร่างกายและจิตใจให้งดงามอยู่เสมอ

“ขณะนี้ครอบครัวดิฉันก็มีแค่ดิฉันกับลูกชายคนเดียวคือ คุณวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ ซึ่งสนใจเรื่องศาสนา ล่าสุดก็จัดให้มูลนิธิมณีมณฑ์ชาจัดพิมพ์หนังสือพุทธวจน ซึ่งเป็นคำสอนจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกวันนี้ดิฉันเพียงทำหน้าที่ในทุกเรื่องทุกด้านให้ครบถ้วน แบ่งเวลาให้งานสังคมที่จำเป็น ไปเต้นรำออกกำลังเพื่อสุขภาพของตัวเอง หาคุณหมอ 6-7 ท่านเป็นประจำทุกเดือน ความสุข…ก็แล้วแต่ว่าเราจะคิดว่าอะไรเป็นความสุข วันหนึ่งก็มีทั้งสุขและเหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและสมอง ผ่านทุกอย่างในโลกนี้มาถึงจุดนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่สุขสุดและทุกข์สุด ทำหน้าที่และความจำเป็นให้เป็นการสนุกและไม่อยากไม่หวังอะไรทั้งสิ้น

บ่อยครั้งที่คนถามถึงปรัชญาในการดำเนินชีวิต ซึ่งแท้จริงไม่มีใครเดินตามปรัชญาที่ตั้งไว้ได้อย่างแท้จริง เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ฉะนั้นสภาพแวดล้อม หรือผู้คนรอบข้างอาจไม่อำนวยให้เราได้สมดั่งหวัง ดิฉันเป็นคนรักสัตว์ร่วมโลกทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ ไม่อยากให้พวกเขาตกอยู่ในภาวะลำบากทุกขเวทนาโดยเฉพาะสัตว์ทั้งหลายนั้นพูดไม่ได้ ร้องขอไม่ได้ หิว กลัว เจ็บ เหงาเหมือนเราทุกอย่าง มนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐโชคดีกว่าพวกเขา อยากจะให้ทุกคนให้ความเมตตากรุณาแก่พวกเขาด้วย

เป้าหมายสูงสุดเมื่อมาถึงจุดนี้ก็ไม่มีอะไร นอกจากจะทำมูลนิธิ “มณีมณฑ์ชา” ให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด เมื่อดิฉันจากโลกนี้ไปแล้ว ผู้คนบริวารของดิฉันก็จะได้ถูกดูแลเป็นอย่างดีต่อไปและตลอดไปและขณะยังมีชีวิตอยู่นี้ก็อยากเป็นที่รักและเอ็นดูของคนทั่วโลก”