งามสง่า มาดมั่น… ณภัสวรรณ จิลลานนท์

napassawan2

“ดิฉันเป็นคนมองอะไรทะลุปรุโปร่ง มองคนแป๊บเดียวก็รู้เลยว่าคนไหนครอบครัวไม่ได้ความ เห็นปั๊บรู้ทันที ไม่ต้องเอาเพชรมาอวด”

ความมั่นใจในตนเองไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงดูงดงาม แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต หากไร้ซึ่งความมั่นใจในตนเองเสียอย่างแล้ว ทุกอย่างก็ไร้ค่า เมื่อคุณไม่เชื่อในตัวคุณ คุณก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีกเลยเพราะคุณไม่เชื่อว่าคุณจะทำอะไรได้ แต่ไม่ใช่สำหรับสุภาพสตรีที่ชื่อ ณภัสวรรณ จิลลานนท์ สุภาพสตรีแถวหน้าที่สืบเชื้อสายผู้ดีในแบบฉบับเมืองผู้ดีอังกฤษในสายเลือด เธอคือผู้มีความเชื่อมั่นในตนเองเต็มเปี่ยม กว่าสิบห้าปีที่เป็นอาจารย์สอนพัฒนาบุคลิกภาพให้กับสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ John Robert Powers เธอคือผู้เป็นแรงผลักดันให้ลูกศิษย์หลากหลายสายอาชีพหลายร้อยชีวิตให้มีความเชื่อใหม่ว่า ทุกคนมีดียู่ในตัว มีความพิเศษบางอย่างที่จะพัฒนาตนเองไปถึงจุดที่สูงและยอดเยี่ยมเท่าที่ใจตนต้องการ

คุณปู่ของเธอคือ Mr. Francis Henry Giles นายทหารเรืออังกฤษประจำอยู่ที่อินเดียในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงขอยืมตัวเข้ามาช่วยงานกระทรวงพระคลัง ในเรื่องภาษี ส่วย อากร ท่านเป็นผู้ริเริ่มวางระบบและเป็นผู้ก่อตั้งกรมสรรพกรโดยเป็นอธิบดีคนแรก ได้รับพระราชทานนามแต่งตั้งว่า พระยาอินทรมนตรี ศรีจันทรกุมาร และได้รับพระราชทานนามสกุลว่า จิลลานนท์ นามสกุลนี้ไม่มีคำแปลเนื่องจากแผลงมาจาก Giles

ด้วยชาติตระกูลอันสูงส่ง เมื่อครั้งเป็นเด็กสาวเธอจึงได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดจากมาแมร์ อีกทั้งประสบการณ์แห่งความเป็นนางฟ้าของสายการบินในสมัยเครื่องบินยังใช้ใบพัด ก็เป็นตัวหล่อหลอมให้เธอเป็นสุภาพสตรีผู้มีกิริยามารยาทอันงดงาม ทว่าปราดเปรียว กระฉับกระเฉง มีความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในทุกขณะจิต และในฐานะไฮโซผู้ดีตัวจริง เราจึงขอให้เธอเปิดมุมมองถึงความหมายใหม่ของแวดวงไฮโซยุคปัจจุบัน และภาพลักษณ์แห่งความสำเร็จในสังคมของคนรุ่นใหม่

“สังคมชั้นสูงตอนนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะว่าพื้นฐานทางสังคมเปลี่ยนไป บางคนเรียกแทนตัวเองว่า เซเลบอย่างฉัน หรือ ไฮโซอย่างดิฉัน ซึ่งการจะเรียกแบบนั้นต้องให้คนอื่นเรียกไม่ใช่เรียกตัวเอง ฟังแล้วก็ขำ ทั้งนี้ขึ้นกับภูมิหลังของคนด้วย ไม่ว่าจะการศึกษา หน้าที่การงาน นิสัย การยอมรับนับถือของสื่อมวลชน ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะมายืนได้ มาได้จริงแล้วอยู่นานไหม บางคนก็อยู่ไม่ได้นาน สมัยนี้บางคนอายุยี่สิบกว่าๆ วิ่งรอกออกงานเพื่อจะถ่ายรูปแล้วอ้างว่าเป็นภาพ with my sister, with my brother จริงๆแล้วก็แค่ไปขอถ่ายรูปกับเขาแค่นั้นเอง เจ้าตัวเขาก็ไม่รู้ มองอีกมุมหนึ่งแล้วคนเหล่านี้คือไม่มีอะไรในตัวเอง ก็ต้องตะเกียกตะกายโดยเอาตัวเองไปแปะกับใคร แต่สำหรับตัวดิฉันเองจะไม่บอกว่าตัวเองเป็นไฮโซ ดิฉันเป็นแค่ working woman ค่ะ

ดิฉันเป็นคนมองอะไรทะลุปรุโปร่ง มองคนแป๊บเดียวก็รู้เลยว่าคนไหนครอบครัวไม่ได้ความ เห็นปั๊บรู้ทันที ไม่ต้องเอาเพชรมาอวด (หัวเราะ) และดิฉันเป็นคนเลือกมาก เวลาใครมาจีบก็เลือกมาก ทุกวันนี้เลยโสดไงคะ รู้สึกชีวิตสบายดีค่ะ ดิฉันเป็นคนอารมณ์ดี มีความสุขไม่เอาเรื่องเอาราวใคร ทุกอย่างต้องไปตามธรรมชาติค่ะ เราไปรั้งไปถืออะไรไม่ได้ทั้งนั้นค่ะ”

ไม่น่าแปลกใจที่เธอฉายภาพสังคมไฮโซยุคใหม่ได้ด้วยสายตาแหลมคมบาดลึก เพราะเธอเป็นบุคคลที่สังคมไทยยอมรับนับถือว่าเป็นเจ้าแม่บุคลิกภาพ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซีอีโอชั้นนำมานับไม่ถ้วน

“คนที่มาเรียนเพื่อพัฒนาตนเองมักเป็นคนนอกสังคมนะคะ เป็น CEO เสียส่วนใหญ่ และเป็นเด็กที่พ่อแม่เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลิกภาพ คนในสังคมไม่กล้ามาเรียนเพราะอาย (หัวเราะ) บางคนเพชรเต็มตัวแต่ manner การทาน การวางตัวนี่ใช้ไม่ได้ก็มีค่ะ”