มาริษา ชิว…คนสวย ฉลาดคิด ชีวิตรื่นรมย์

K.Marisa-Elie-Saab

ความสุขเกิดขึ้นในทุกนาทีของชีวิต เพราะเธอเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา ทำให้ชีวิตของเธอเปี่ยมรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ที่อยู่เสมอ สิ่งที่ทุกคนอยากรู้ คือเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจเบื้องหลังความงามที่เปล่งประกายประดุจเพชรใสบริสุทธิ์ของ มาริษา ชิว หรือ คุณแมว ดาวค้างฟ้าที่ยังคงเจิดจรัสเสมอในสังคมชั้นสูงของเมืองไทย

“ชีวิตที่ผ่านมาเรียบง่ายไม่หวือหวาอะไรค่ะ เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวจึงโดนตีกรอบชีวิตมาก ก็เลือกทำงานเป็นแอร์โฮสเตสช่วงหนึ่งเพื่อแลกกับอิสรภาพ สมัยเด็กคุณย่าเป็นคนเลี้ยงนะคะ คุณย่าท่านเป็นคนชอบแต่งตัวสวยงาม เราก็เลยซึมซับมา และโชคดีที่ตอนเป็นแอร์ฯ ได้เทคนิคซึ่งทำให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา”

คุณมาริษาถ่อมตัวว่า เธอตัดสินใจเลือกเรียนในสาขาเลขานุการ เพราะเป็นสาขาที่ง่ายที่สุด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว งานเลขานุการต้องมีความรู้ความสามารถรอบด้านในการสนับสนุนงานของผู้บริหาร และความรู้ด้านงานเลขานุการของเธอก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวดำเนินไปได้อย่างสวยงามเมื่อมาร่วมชีวิตคู่กับคุณพอล ชิว สุภาพบุรุษผู้โชคดีที่นอกจากจะมีภรรยาผู้งดงามราวกับนางฟ้าแล้วยังมีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่เฉียบคมลึกซึ้ง

“สุขทุกข์ในชีวิตคนเรามันก็มีเหมือนกันทุกคนนะคะ ดิฉันอายุขนาดนี้แล้ว ผ่านอะไรต่ออะไรมาเยอะ สัจธรรมก็มีให้เห็นค่ะ มองจากคนอื่นบ้าง ถ้าเรามองคนที่ต่ำกว่าเรา ชีวิตที่เราเป็นอยู่ก็ถือว่ามีความสุขแล้ว แต่ถ้ามองคนที่สูงกว่าเรา มันก็ลำบากทำให้เราทุกข์ ต้องไขว่คว้า เราได้อยู่ของเราแบบนี้ก็สบายๆ อยู่แล้ว ก็เลยกลายเป็นคนสบายๆ นานๆทีอาจจะมีเรื่องให้โกรธบ้าง แต่พอถึงเวลาก็ปล่อยผ่านไป ถ้าเมื่อใดที่มีความผิดหวังหรืออุปสรรค เราจะนำสิ่งเหล่านี้มาแก้ไขด้วยตนเอง ไม่ต้องไปโวยวายกับใคร

สำหรับการประคองชีวิตคู่นั้น เริ่มต้นกันจากความเป็นเพื่อนค่ะ ยอมรับในความจริงเสมอว่าต่างคนก็ต่างมีจุดด้อย เราก็รู้จักมองข้ามมันไป สิ่งสำคัญคือต้องอดทนค่ะ ทุกคนมาไม่เหมือนกัน เราต่างก็ถูกสร้างกันมาคนละแบบ ถ้าอยากอยู่ด้วยกันก็ต้องมีความอดทน ต้องมองข้ามข้อบกพร่องของกันและกันให้ได้”

นอกจากแนวคิดในการดูแลชีวิตจิตใจให้เปี่ยมสุขอยู่เสมอแล้ว การดูแลความสวยความงามของคุณมาริษา ก็เป็นสิ่งที่ใครๆ อยากรู้เคล็ดลับ เพราะเธองามพริ้งพราวไปทั้งเรือนร่างไร้ที่ติ

“เรื่องของผิวพรรณส่วนหนึ่งอาจเป็นจากกรรมพันธุ์ค่ะ ก็มีทาโลชั่นสูตรพิเศษด้วย เรื่องอาหารการกินก็สั่งเต็มโต๊ะแต่มีเคล็ดลับคือรับประทานอย่างละนิด (หัวเราะ) รับประทานอาหารเสริมด้วย ออกกำลังกายนิดหน่อยด้วยการเดินห้าง (หัวเราะ) ส่วนเรื่องการแต่งกาย สไตล์ที่ดิฉันชื่นชอบคือ Victoria Beckham เพราะเธอเรียบ โก้ เนี้ยบ แต่ดิฉันชอบแต่งตัวตามสไตล์ของตนเอง ไม่ชอบตามแฟชั่นมาก เพราะตามแฟชั่นมากแล้วต้องใช้เงินเยอะ (หัวเราะ) ส่วนมากซื้อสำเร็จค่ะ อาจมีตัดบ้าง ใช้ได้หมดแบรนด์ไทย-แบรนด์นอกนะคะ ดีไซน์เนอร์ที่ชอบคือ ELIE SAAB แบรนด์ไทยก็มี คุณหมู ASAVA, และ คุณไข่ KAI BOUTIQUE สำหรับอัญมณี ดิฉันชอบมรกตมากที่สุด การจัดเข้ากับชุดก็ต้องดูอีกที อย่างกระเป๋าก็ต้องดูด้วยเหมือนกัน มีกระเป๋าหลายแบบมากทั้งกลางวัน กลางคืน จริงๆกระเป๋าทองฝังเพชรก็มีค่ะ แต่ไม่ใช่คุณหญิงคุณนายที่ต้องใช้ ก็เก็บไว้ให้ลูกใช้ (ยิ้ม)”

คุยมาถึงตรงนี้ เราก็แอบสำรวจคุณมาริษา และพบว่าตั้งแต่ใบหูไล่ลงมาจนกระทั่งถึงเรียวนิ้วและเล็บที่สวยงามนั้น พริ้งพรายด้วยประกายเพชรหลายสิบกะรัต และสร้อยไข่มุก Baroque south sea ขนาดเม็ดละ 18 มิลลิเมตร ความยาว 36 นิ้ว งามโดดเด่นอลังการ แต่ คุณมาริษา เฉลยหัวใจสำคัญที่สุดของเคล็ดลับความงามว่า มิได้มาจากครีมกระปุกละแสน หรือเครื่องแต่งกายราคาแพงแต่อย่างใด

“ชีวิตคนเรา อะไรก็ไม่แน่นอนนะคะ อยากสวยก็ต้องรู้จักปล่อยวางค่ะ จะได้หลับสบายทุกคืน อะไรที่มีความสุขก็ทำๆไป เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเป็นแบบไหน เราไม่ไปเบียดเบียนใครทั้งนั้น ใช้ชีวิตแบบทางเดินสายกลาง ไม่มีอกุศลจิตกับใครค่ะ ชีวิตทุกวันนี้ก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบแล้วนะคะ เราอยู่ของเราตอนนี้แบบสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก พอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ก็โอเคแล้วค่ะ”