รอยแดง และ รอยดำจากสิว

001

สิวเป็นปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นจนถึงวัยเริ่มต้นทำงาน ปัญหาของคนที่เป็นสิวเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขณะที่ตัวโรคสิวยังดำเนินอยู่โดยเห็นเป็น ตุ่มสิวหัวขาว สิวหัวดำ ตุ่มแดง ตุ่มหนอง และตุ่มแข็งเป็นไต เมื่อสิวหายหมดแล้วก็ยังอาจทิ้งปัญหารอยแดง รอยดำ และรอยแผลเป็นเอาไว้ การดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มเป็นสิวจะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นและสามารถลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดร่องรอยซึ่งเป็นผลพวงจากสิวได้

สาเหตูของการเกิดรอยแดงและรอยดำจากสิว

สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆสีขาว (สิวหัวขาว) หรือตุ่มสีดำ (สิวหัวดำ) เกิดจากของการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมไขมัน เมื่อการอุดตันที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไขจะก่อให้เกิดภาวะการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา จนสิวกลายเป็นตุ่มแดง (สิวอักเสบ) และตุ่มหนอง หากการอักเสบลุกลามมากขึ้น สิวจะกลายเป็นไตแข็งบวม แดงและกดเจ็บ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ซีสต์” หรือสิวหัวช้าง

รอยแดงที่เกิดขึ้นขณะเป็นสิว เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณที่เกิดการอักเสบ ภาวะการอักเสบของสิวหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวกลายเป็นรอยแดงอยู่นานหรืออาจเป็นรอยแดงที่ถาวรได้ตำแหน่งที่สิวที่มีการอักเสบรุนแรงมักกลายเป็นแผลหลุมตามมา นอกจากนี้ภาวะการอักเสบของตุ่มสิวยังอาจก่อให้เกิดปัญหารอยดำหรือรอยคล้ำหลังจากที่รอยแดงจางหายไปแล้ว รอยดำพวกนี้เกิดการที่เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ถูกกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นหรือถูกกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีมากขึ้น

การป้องกันการเกิดรอยแดงและรอยดำจากสิว

หัวใจของการป้องกันการเกิดรอยแดงและรอยดำจากสิว คือ การลดหรือป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของสิว

-       เมื่อมีสิวที่เป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง หรือเป็นไตแข็งกดเจ็บ ควรรีบรักษาโดยเร็ว

-       ควรหลีกเลี่ยงการบีบ เค้น และแกะสิว เพราะการกระทำเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้รอยแดงหรือรอยดำที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้น หรือเป็นอยู่ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

-       การกดสิวอุดตันควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะหากทำที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดรอยแดง รอยดำ และแผลหลุมตามมา

วิธีรักษารอยแดงและรอยดำจากสิว

การรักษารอยแดงและรอยดำจากสิว ส่วนมากใช้เวลาเป็นเดือน ต้องใจเย็นและควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การรักษาที่ได้ผลเร็วและปลอดภัยควรอยู่ภายใต้การดูแลและแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

 

รอยแดง

-       รอยแดงในขณะที่เป็นสิวอยู่ ควรรักษาโดยใช้ยาทาหรือเวชภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบของสิว

-       สิวที่เป็นไตแข็ง บวมแดง และกดเจ็บ (สิวหัวช้าง) ควรรักษาด้วยการรับประทานยา ทายา ร่วมกับการฉีดยาสตีรอยด์เข้าเฉพาะจุด

-       รอยแดงที่คงอยู่เมื่อสิวหายแล้ว การรักษาการรักษาด้วยการทายามักไม่ค่อยได้ผล โดยปกติจะรักษาด้วยเลเซอร์ลดความแดง เช่น เลเซอร์เพาซ์ดายด์ (pulsed dye)

รอยดำ

-       การรักษาและลดการอักเสบของสิวที่ทันท่วงทีจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดรอยดำจากสิวได้

-       การรักษารอยดำมักใช้ยาทาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของสารไฮโดรควิโนน อาบูติน หรือกรดโคจิก หรือยาทาที่ออกฤทธิ์ในการเร่งการผลัดตัวของเซลล์ผิว เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของกรดอัลฟ่าไฮดร๊อกซี่อ่อนๆ หรือกรดวิตะมินเอ

-       การหลีกเลี่ยงแสงแดดและการทาครีมกันแดด ชนิดสำหรับผิวแพ้ง่าย (hypoallergenic) และชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (non-comedogenic) อาจช่วยให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นรอยแดงรอยดำจากสิว

การักษารอยแดงและรอยดำจากสิวควรเริ่มต้นไปพร้อมๆกับการรักษาสิว ตราบใดที่สิวยังไม่หาย และยังมีสิวใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะมีรอยสิวเกิดตามมาได้อีก เมื่อมีสิวเกิดขึ้นควรจะรีบรักษาเพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการอักเสบลุกลาม อาจทำให้เกิดรอยแดง รอยดำและแผลหลุมสิวที่เป็นถาวรได้ ควรพยายามหลีกเลี่ยงการทายาหรือวิธีการรักษาที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองหรือเกิดผื่นคันขึ้นที่ผิวหนัง เพราะอาจก่อให้เกิดรอยแดงและรอยดำซ้ำเติมรอยสิวที่มีอยู่เดิม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ลา โรช-โพเซย์

ผู้เขียน: ศ. นพ. วรพงษ์ มนัสเกียรติ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง ศูนย์เลเซอร์และศัลยกรรมผิวหนัง

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล