บทบาทของเวชสำอางในการดูแลปัญหาสิว

002

เวชสำอาง (cosmeceuticals) หรือ OTC productsเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวหนัง ที่ประชาชนสามารถซื้อหามาใช้ได้ โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์  เนื่องจากสิวเป็นปัญหาของผิวหนังที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในวัยรุ่น  ส่วนมากผู้ที่เป็นสิวจึงมักหาซื้อเวชสำอางมาใช้ดูแลปัญหาสิวก่อนเป็นด่านแรกโดยปรึกษาเภสัชกรในร้านขายยา  เมื่อสิวไม่ดีขึ้น หรือเป็นสิวรุนแรง จึงค่อยไปปรึกษาแพทย์  นอกจากนี้เวชสำอางยังมีบทบาทใช้ควบคู่กับยารักษาสิว (adjunctive therapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสิว  และยังใช้เพื่อดูแลผิวที่เกิดผลข้างเคียงจากยารักษาสิว เช่น ผิวแห้ง ลอก แสบ แดง และไวต่อแสงแดด

การใช้เวชสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (skin care products) ควบคู่กับยารักษาสิว  สามารถดูแลให้ครบขั้นตอนการดูแลผิวได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว (Cleansers) ใช้ทำความสะอาดลดน้ำมันส่วนเกินของผิวฝุ่นละออง และเชื้อโรคบนผิวหนัง  การทำความสะอาดผิวหนัง ล้างหน้าเบาๆ วันละ 2 ครั้ง ได้ผลเหมาะสมที่สุดในการควบคุมความมันและสิว โดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน  เนื่องจากวัยรุ่นที่เป็นสิวมักมีผิวมัน  แต่การรักษาสิวด้วยยามักมีผลข้างเคียงทำให้ผิวแห้ง ลอก แสบ แดง และแพ้ง่าย (sensitive skin)  cleansers ที่เหมาะสมจึงเป็น mild cleanserที่ทำความสะอาดโดยไม่ทำลายเกราะปราการผิว(skin barrier)เช่น sensitive skin foaming gel face washมีค่ากรดด่างที่ pH 5.5 สมดุลกับผิว หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีความเข้มข้นมากและมีความเป็นกรดด่างมากเกินไปจนทำให้ผิวแห้ง ปัจจุบันมีการเติมสารที่ให้ความชุ่มชื้นผิว เช่น Glycerineในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับผู้เป็นสิว แต่มีผิวแห้ง ระคายเคืองง่ายและมีผิวลอกเป็นขุย แสบ แดงจากผลข้างเคียงของยารักษาสิว

ผู้ที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดด้วยการขัดถูผิว(scrubs)หรือ เช็ดทำความสะอาดผิวและกระชับรูขุมขนด้วย toner/ lotionที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เนื่องจากจะทำให้ผิวหนังชั้นบนสุดบางลง และผิวลอกแดง  การ scrubs ผิวอาจทำให้สิวแย่ลงด้วย

2. ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นผิว (Moisturizers)ที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่าย ควรเลือกที่เป็นสูตรนอน-โคมิโดเจนิก(non-comedogenic)หรือที่มีเขียนข้างฉลากว่า “ไม่ทำให้เกิดสิว หรือ ผิวอุดตัน”อาจมีสารให้ความชุ่มชื้นผิวกลุ่ม humectants เช่น Glycerine  ควรเลือกเนื้อสัมผัส (texture)แบบ cream-gel, lotion ที่เป็น water-base  หรือสูตรไร้ความมัน (oil-free)   บางผลิตภัณฑ์มีสารลดอักเสบผิว เช่น Niacinamide, Panthenol,Allantoinสารช่วยลดความมันส่วนเกินของผิว เช่น Zinc PCA, Zinc gluconateสารช่วยรักษาสมดุลของน้ำมันในผิว เช่น Linoleic acid ตลอดจนสารช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันรูขุมขนจำพวกไฮดรอกซี่แอซิด(Hydroxy acids) เช่น LHA ซึ่งละลายได้ดีในไขมันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนตามธรรมชาติ ตัดรอยต่อระหว่างเซลล์ผิวทีละเซลล์  โดยไม่ทำให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุยและปัจจุบันมีบางผลิตภัณฑ์ที่มีสาร depigmenting agents เช่น Ceramide-like (ProceradTM)  ที่มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและยับยั้งการกระจายตัวของเม็ดสีเมลานิน  เหมาะสำหรับลดรอยแดง รอยดำจากสิวอักเสบที่หายแล้ว ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้ควบคู่กับยารักษาสิว (adjunctive therapy) และดูแลปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ผลิตภัณฑ์กันแดด(Sun Protections)มี broad spectrum sunscreens , Anti-LONG UVA สำหรับ sensitive skin ป้องกันรอยแดง รอยดำ (PIH) จากสิวอักเสบที่เพิ่งหายและใช้เพื่อป้องกันการเกิดภาวะผิวไวต่แสงแดด(Photosensitive) จากยากลุ่มวิตามินเอ (retinols/ retinoic acid/ tretinoin)ผิวมันมีปัญหาสิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดสูตร non-comedogenic, เนื้อสัมผัสแบบ gel-cream,สูตรน้ำ fluid หรือ oil-free เพื่อไม่ให้เกิดสิวอุดตัน ปัจจุบันมีการเพิ่มสารช่วยลดความมันเงาและดูดซับความชื้นของผิวมันด้วย เช่น Perlite, Zinc Gluconate, Silicaเป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ลา โรช-โพเซย์